โรคเบาหวาน เป็นโรคที่หลายคนอาจจะมองว่าไม่ร้ายแรง แต่แท้จริงแล้วโรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจทำให้พิการตามมาได้ เช่น โรคหัวใจผิดปกติ ตามัว เห็นภาพไม่ชัดจนถึงขั้นตาบอด มีอาการชาปลายมือและปลายเท้า แผลหายยาก ติดเชื้อที่บาดแผลเรื้อรัง บางรายรุนแรงถึงขั้นต้องตัดขาทิ้ง เป็นต้น

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่เซลล์ร่างกายมีความผิดปกติในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน เนื่องจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินซึ่งใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือภาวะที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินที่หลั่งออกมา เมื่อน้ำตาลไม่ถูกนำไปใช้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าระดับปกติ จึงเกิดเป็นโรคเบาหวาน

สำหรับโรคกระเพาะอาหาร  เป็นโรคเรื้อรังเกี่ยวกับทางเดินอาหารที่คนส่วนใหญ่เป็นกันเยอะ และทำให้ทุกข์ทรมานกับอาการปวดท้องอยู่เนือง ๆ เนื่องจากแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) ที่เกิดการอักเสบ อาการที่พบได้บ่อย เช่น ปวดท้อง จุกเสียด แน่นหน้าอก เรอเปรี้ยว โดยอาการปวดจะสัมพันธ์กับมื้ออาหาร คือ อาจปวดก่อน ระหว่าง หรือหลังรับประทานอาหารก็ได้ และมักมีอาการปวดท้องตอนท้องว่าง การอักเสบของกระเพาะอาหารเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร (H. pylori) การใช้ยาแก้ปวดต้านการอักเสบในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน เป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ร่างกายหลั่งกรดมากขึ้น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดก็ทำให้อาการแย่ลงได้

วันนี้ทางทีมงาน “น้ำว้า” มีเคล็ดลับและตัวช่วยดี ๆ จากธรรมชาติที่จะมาเป็นตัวช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและรักษาโรคกระเพาะอาหารไปพร้อม ๆ กันมาฝากค่ะ

สำหรับสมุนไพรตัวแรกเลย คือ ราชาแห่งผลไม้ไทย…กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้าดิบ…ช่วยเบาหวานได้อย่างไร?

ผลไม้ใกล้ตัวที่ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกล้วยดิบ ในกล้วยดิบประกอบไปด้วย “สารแทนนิน” ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กล้วยดิบมีรสฝาดเฝื่อนลิ้น กล้วยน้ำว้าสามารถรักษาโรคกระเพาะได้ โดยมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • ช่วยปกป้องผนังกระเพาะสำไส้จากเชื้อโรคและอาหารรสเผ็ดจัด
  • ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในกระเพาะอาหารให้มีความสมดุล

นอกจากการใช้กล้วยดิบในการรักษาโรคกระเพาะอาหารได้แล้ว กล้วยยังเป็นตัวเลือกที่ดีในการใช้รักษาโรคเบาหวาน ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอีกด้วย กล้วยดิบจัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ สามารถรับประทานได้ในผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังประกอบด้วย แป้งทนการย่อยต่อเอนไซม์ชนิดที่ 2 (Resistant starch 2; RS2) ซึ่งพบได้มากในกล้วยดิบ ช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผนังลำไส้ใหญ่

ผลจากการย่อยที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ จะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณพลังงานในระดับต่ำกว่าปกติ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับใยอาหาร ทำให้ร่างกายอิ่มนานในขณะที่ให้พลังงานต่ำ ลดความอยากอาหาร ร่างกายมีความไวต่ออินซูลินดีขึ้น ร่างกายจึงนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดน้ำหนัก ลดอาการอักเสบ (inflammation) ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบทางเดินอาหาร ซึ่งหากบริโภคเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อชนิดต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยเพิ่มไฟเบอร์หรือแหล่งกากใยอาหาร จึงช่วยเรื่องขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

สำหรับสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานและโรคกระเพาะอาหาร ได้แก่ อบเชย

อบเชยมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

อบเชย มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นสมุนไพรชั้นเลิศสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยหน้าที่ของอบเชยจะเข้าไปปิดกั้นเอนไซม์ “อะลานีน” ส่งผลให้ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดลงนั่นเอง เป็นยาในสมัยก่อนอบเชย ได้รับความนิยมใช้รับประทานเพื่อบำรุงกำลัง แก้จุกแน่น เป็นส่วนประกอบของยาขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับผายลม

โดยในปัจจุบันได้มีการนำมาผลิตเป็นยาน้ำธาตุอบเชย การันตีด้วยหลักฐานงานวิจัยจากต่างประเทศว่าสามารถช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อย่างดี นอกจากนี้อบเชยยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบแสบร้อน และมีฤทธิ์สมานแผล (Wound healing) ในทางเดินอาหารอีกด้วย

เรียกได้ว่าถ้ารับประทานอบเชยและกล้วยดิบแล้วสามารถได้ทั้งฤทธิ์ในการควบคุมโรคเบาหวานและรักษาอาการกระเพาะอาหารอักเสบไปด้วยในตัว อย่างไรก็ตาม โอกาสในการรับประทานกล้วยดิบและอบเชยคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้น วันนี้เราจึงมีผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่ได้รวม 2 คุณประโยชน์นี้ไว้ด้วยกัน ได้แก่

“ผงกล้วยน้ำว้าดิบผสมอบเชยออร์แกนิค ตราน้ำว้า” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีโรคเบาหวาน และ/หรือ โรคกระเพาะอาหาร สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย ดื่มง่ายให้ความสดชื่น

นอกเหนือจากการทานสมุนไพรช่วยแล้ว การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วยก็มีความสำคัญ เช่น ควบคุมอาหาร ลดการรับประทานขนมหวานและกลุ่มแป้ง งดการนอนทันทีหลังรับประทานอาหารอิ่ม ควรนั่งหรือเดินเล่นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง งดทานอาหารเผ็ดร้อน งดคาเฟอีน ลดความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

….ปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารหรือต้องการหาตัวช่วยควบคุมเบาหวาน อย่างลืมนึกถึง “ผงกล้วยน้ำว้าดิบผสมอบเชยออร์แกนิค ตราน้ำว้า” นะคะ 😊

ผงกล้วยดิบผสมอบเชย ออร์แกนิค ตราน้ำว้า

 

 

เอกสารอ้างอิง
  1. https://www.diabetes.co.uk/natural-therapies/cinnamon.html#:~:text=How%20does%20cinnamon%20affect%20diabetes,with%20diabetes%20and%20cardiovascular%20disease. https://www.healthline.com/nutrition/bananas-diabetes
  2. https://www.ndtv.com/health/banana-a-fruit-loaded-with-carbs-and-sugar-can-diabetics-eat-banana-know-how-it-can-affect-your-bloo-2182564#:~:text=Bananas%20have%20a%20low%20GI,an%20appropriate%20choice%20for%20diabetics.&text=Dietitian%20Upasana%20Sharma%2C%20Head%20Nutritionist,banana%2C%20but%20in%20moderation.%22
  3. https://patch.com/new-jersey/ramsey-nj/natural-treatments-and-remedies-stomach-ulcers
  4. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/10849058/