โรคเบาหวาน และการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

2020-09-15T12:27:15+07:00

โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานทำให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือดใหญ่ และหลอดเลือดเล็กตามมา เช่น โรคหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนทางไต ตา ปลายประสาท และเท้า เป็นต้น ซึ่งมีผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากอัตราการเสียชีวิตและทุพพลภาพที่เพิ่มมาก ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2568 โดยการพยากรณ์จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าผู้สูงอายุ 1 คนในทุก ๆ 5 คน จะเป็นโรคเบาหวาน สหพันธ์เบาหวานนานาชาติได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2583 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานสูงถึง 5.3 ล้านคน โรคเบาหวานคืออะไร โรคเบาหวานเป็นกลุ่มโรคที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลินเพื่อนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ลดลง ทำให้มีผลต่อการเผาผลาญน้ำตาลและการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายผิดปกติตามมา อินซูลินสร้างและหลั่งจากตับอ่อน ทำหน้าที่เป็นตัวพาน้ำตาลเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ

โรคเบาหวาน และการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน2020-09-15T12:27:15+07:00

รู้หรือไม่? กล้วยน้ำว้า ช่วยบำรุงหัวใจได้

2020-05-13T02:20:19+07:00

โพแทสเซียม ถือว่าเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของของหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับการควบคุมความดันโลหิต แม้ว่าแร่ธาตุโพแทสเซียมจะมีความสำคัญต่อร่างกาย แต่ก็พบว่าคนส่วนใหญ่ได้รับโพแทสเซียมจากอาหารในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย วันนี้ทางทีมงานจะมา แนะนำวิธีง่าย ๆ ในการเสริมโพแทสเซียมให้กับร่างกายกันค่ะ กล้วยเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการควบคุมสมดุลของความดันโลหิตและ ช่วยให้ทำงานของหัวใจเป็นปกติ กล้วยขนาดกลางหนึ่งผลมีปริมาณโพแทสเซียมมากกว่า 400 มิลลิกรัม จึงมีส่วนช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ กล้วยยังมีแร่ธาตุแมกนีเซียมในปริมาณที่เหมาะสมซึ่งมีความสาคัญต่อการทำงานของหัวใจอีกด้วย จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ได้รับแร่ธาตุโพแทสเซียมในปริมาณที่เพียงพอมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจลดลงถึง 27% นอกจากนี้ กล้วยยังเป็นแหล่งที่ดีของไฟเบอร์ ประมาณ 1 ใน 3 ของใยอาหารในกล้วย เป็นเส้นใยที่สามารถละลายน้ำได ้(ประมาณ 1 กรัม ต่อกล้วย 1

รู้หรือไม่? กล้วยน้ำว้า ช่วยบำรุงหัวใจได้2020-05-13T02:20:19+07:00

Resistant Starch 2 (RS2) ในแป้งกล้วยดิบ

2019-12-09T00:26:57+07:00

แป้งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่สามารถถูกย่อยสลายด้วยเอนไซม์ และได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายเป็นกลูโคส ซึ่งสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ซึ่งหากรับประทานแป้งมากจนเกินไปก็จะทำให้เกิดไขมันสะสมและเกิดโรคอ้วนตามมา อย่างไรก็ตาม ยังมีแป้งอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถทนต่อการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ในลำไส้เล็กได้ เรียกแป้งกลุ่มนี้ว่า “แป้งทนการย่อย” (Resistant starch ; RS) แป้งดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิด โดยแป้งทนการย่อยต่อเอนไซม์ชนิดที่ 2 (Resistant starch 2; RS2) เป็นแป้งทนการย่อยที่อยู่ในรูปของเม็ดแป้งดิบ พบได้มากในกล้วยดิบและแป้งสตาร์ชมันฝรั่ง แป้งทนการย่อยชนิดที่ 2 นี้มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า แป้งที่ทนการย่อยซึ่งมีค่า Glycemic Index (GI) ต่ำนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ โดยจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผนังลำไส้ใหญ่ ผลจากการย่อยที่เกิดขึ้นอย่างช้า

Resistant Starch 2 (RS2) ในแป้งกล้วยดิบ2019-12-09T00:26:57+07:00