About namwahpowder

This author has not yet filled in any details.
So far namwahpowder has created 55 blog entries.

รู้หรือไม่? กล้วยน้ำว้า ช่วยบำรุงหัวใจได้

2020-05-13T02:20:19+07:00

โพแทสเซียม ถือว่าเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของของหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับการควบคุมความดันโลหิต แม้ว่าแร่ธาตุโพแทสเซียมจะมีความสำคัญต่อร่างกาย แต่ก็พบว่าคนส่วนใหญ่ได้รับโพแทสเซียมจากอาหารในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย วันนี้ทางทีมงานจะมา แนะนำวิธีง่าย ๆ ในการเสริมโพแทสเซียมให้กับร่างกายกันค่ะ กล้วยเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการควบคุมสมดุลของความดันโลหิตและ ช่วยให้ทำงานของหัวใจเป็นปกติ กล้วยขนาดกลางหนึ่งผลมีปริมาณโพแทสเซียมมากกว่า 400 มิลลิกรัม จึงมีส่วนช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ กล้วยยังมีแร่ธาตุแมกนีเซียมในปริมาณที่เหมาะสมซึ่งมีความสาคัญต่อการทำงานของหัวใจอีกด้วย จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ได้รับแร่ธาตุโพแทสเซียมในปริมาณที่เพียงพอมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจลดลงถึง 27% นอกจากนี้ กล้วยยังเป็นแหล่งที่ดีของไฟเบอร์ ประมาณ 1 ใน 3 ของใยอาหารในกล้วย เป็นเส้นใยที่สามารถละลายน้ำได ้(ประมาณ 1 กรัม ต่อกล้วย 1

รู้หรือไม่? กล้วยน้ำว้า ช่วยบำรุงหัวใจได้2020-05-13T02:20:19+07:00

รู้หรือไม่? กล้วยน้ำว้าช่วยคุมน้ำหนักได้

2020-04-23T23:39:00+07:00

หากพูดถึงกล้วยใคร ๆ ก็ย่อมรู้จักกันดี และเมื่อพูดถึงผลไม้ที่ให้พลังงานสูง คนส่วนมากก็จะนึกถึงทุเรียน มังคุด ละมุด ลำไย ขนุน มะม่วง แต่รู้หรือไม่ว่า “กล้วย” ก็เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ให้พลังงานสูงเช่นกันแต่ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ไทยที่มีผลงานวิจัยรองรับว่าเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารต่าง ๆ มากมายที่ร่างกายควรได้รับ และทำให้อิ่มท้องนานกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ ในกล้วยน้ำว้านั้นประกอบด้วยน้ำตาล 3 ชนิด ได้แก่ กลูโคส ฟรุกโตส และซูโครส รวมทั้งใยอาหารหรือไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผนังลาไส้ใหญ่ ช่วยในระบบขับถ่าย และผลจากการย่อยไฟเบอร์ที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ จะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณพลังงานที่เหมาะสม ทำให้ร่างกายอิ่มนาน ลดความอยากอาหาร ร่างกายมีความไวต่ออินซูลินดีขึ้นจึงสามารถนาน้ำตาลไปใช้งานได้ดีขึ้น จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

รู้หรือไม่? กล้วยน้ำว้าช่วยคุมน้ำหนักได้2020-04-23T23:39:00+07:00

กล้วยน้ำว้า…ลดความดันโลหิตสูงได้อย่างไร?

2020-04-23T23:38:46+07:00

      โรคความดันโลหิตสูง เป็นภัยเงียบที่มักไม่ค่อยแสดงอาการทางร่างกายให้ผู้ที่เป็นรับรู้ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดในสมอง ทำให้เส้นเลือดสมองแตกได้ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาลดความดันอยู่ตลอด อีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดความดันโลหิตนอกเหนือจากการรับประทานยา คือ ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร โดยการหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารรสเค็ม อาหารโซเดียมสูง และอาหารแปรรูปซึ่งมักมีปริมาณโซเดียมผสมอยู่ในปริมาณมาก นอกจากนี้ กล้วย ก็เป็นผลไม้อันดับต้น ๆ ที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้เช่นกัน หากผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงอยากลดความดันด้วยตัวเองละก็ ต้องลองเลยค่ะ       ผลไม้ที่จะช่วยลดความดันโลหิตได้ต้องเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียม หรือผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงนั่นเอง กล้วยจัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงเป็นอันดับต้น ๆ เลยค่ะ นอกจากกล้วยจะอุดมไปด้วยโพแทสเซียมแล้ว กล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีโซเดียมต่ำทำให้ความดันโลหิตไม่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ทำให้อิ่มท้องและได้รับแร่ธาตุอื่น ๆ

กล้วยน้ำว้า…ลดความดันโลหิตสูงได้อย่างไร?2020-04-23T23:38:46+07:00

กล้วยน้ำว้าดิบ ผลไม้ต้านอนุมูลอิสระ

2020-03-15T22:55:50+07:00

        อนุมูลอิสระเป็นสารที่ก่อความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย  อนุมูลอิสระมีสาเหตุเกิดจากความเครียด แสงอัลตราไวโอเลต มลภาวะต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมภายนอก รวมถึงจากขบวนการเผาผลาญอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย โดยธรรมชาติร่างกายของเราจะผลิตสารต้านอนุมูลอิสระได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่จะผลิตได้น้อยลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากร่างกายมีสารอนุมูลอิสระเยอะจนเกินไปก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เราสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยการรับประทานอาหาร กล้วยถือว่าเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงช่วยลดปริมาณสารอนุมูลอิสระในร่างกายได้ดี จึงช่วยชะลอวัยและลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ได้ด้วย กล้วยประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภท เบต้าแคโรทีน (Beta-carotine) โดปามีน (Dopamine) และคาเทชิน (Catechin) ในปริมาณที่สูง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมต่าง ๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน เป็นต้น รวมถึงช่วยชะลดความแก่ก่อนวัยของคุณได้อีกด้วย

กล้วยน้ำว้าดิบ ผลไม้ต้านอนุมูลอิสระ2020-03-15T22:55:50+07:00

โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส (IBS)

2020-03-01T23:49:15+07:00

โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส (IBS; Irritable Bowel Syndrome) เป็นโรคลำไส้ที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยนัก โรคลำไส้แปรปรวนกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง โดยผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนจะมีอาการแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจมีอาการท้องผูกเด่น บางรายอาจมีอาการท้องเสียเด่น แต่ทุกรายจะมีอาการปวดท้องเป็นอาการเฉพาะของโรค สาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด เบื้องต้นพบว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นโรคที่ควรทำความรู้จักและทำความเข้าใจเพื่อสังเกตตนเองและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เพื่อป้องกันการเกิดโรค อาการของโรคลำไส้แปรปรวน           ผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนมักทรมานจากการปวดท้อง แต่เมื่อได้ถ่ายอุจจาระอาการปวดจะหายไปและสบายท้องมากขึ้น โดยส่วนใหญ่อาการปวดมักปวดเกร็งที่ท้องน้อย อาการปวดท้องแต่ละครั้งจะมีความรุนแรงไม่เท่ากัน บางครั้งปวดมาก บางครั้งปวดน้อย ร่วมกับการมีการขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ท้องผูกหรือท้องเสีย หรืออย่างใดอย่างหนึ่งสลับกัน โดยแต่ละรายจะมีอาการหนึ่งอาการใด (ท้องผูก/ท้องเสีย) เด่นกว่าอีกอาการหนึ่ง อาการที่สำคัญของโรคไอบีเอส คือ ผู้ป่วยอาจรู้สึกถ่ายอุจจาระไม่สุด ท้องผูก

โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส (IBS)2020-03-01T23:49:15+07:00

กล้วยน้ำว้า: ผลไม้เพิ่มสารแห่งความสุข

2020-02-14T23:14:15+07:00

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้คนเรามี ภาวะเครียด วิตกกังวล จนถึงขั้นทำให้เป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากปัญหาเรื่องงาน การเงิน หรือปัญหาครอบครัว ปัจจัยทางด้านลบจากอารมณ์ส่งผลต่ออวัยวะภายใน รวมถึงสมดุลของฮอร์โมนหรือสารสื่อประสาทต่าง ๆ ที่ควบคุมให้การทำงานของร่างกายเป็นปกติ ในช่วงนี้มีข่าวหลายชีวิตที่จากไปด้วยโรคซึมเศร้า พบว่าทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 1.4 ล้านคนซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าเป็นห่วง โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย

กล้วยน้ำว้า: ผลไม้เพิ่มสารแห่งความสุข2020-02-14T23:14:15+07:00

โรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

2020-02-06T10:32:19+07:00

กลูเตน (Gluten) เป็นโปรตีนในแป้งที่สามารถจับตัวเป็นโครงสร้างที่มีสมบัติต้านความหนืดและยืดหยุ่น โดยการเกิดพันธะไดซัลไฟด์ระหว่างโมเลกุลของกรดอะมิโน กลูเตน ประกอบด้วย โปรตีนกลูตินิน (Glutenin) ซึ่งมีสมบัติสำคัญต่อลักษณะความยืดหยุ่น และโปรตีนไกลอะดิน (Gliadin) เป็นโปรตีนที่สามารถละลายได้ในแอลกอฮอล์ล มีความสำคัญในการปรับและควบคุมลักษณะความข้นหนืดของกลูเตน พบได้ในข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งพบมากในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งข้าวสาลี เช่น เบเกอรี่ พาย เค้ก เป็นต้น อีกทั้งยังมักใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเนื้อเทียมในอาหารมังสวิรัติและอาหารเจ

โรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม2020-02-06T10:32:19+07:00

กล้วยน้ำว้าดิบ วิถีไทย

2020-02-04T15:34:24+07:00

กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์และใกล้ชิดคนไทยมากที่สุดชนิดหนึ่ง ภูมิปัญญาคนไทยในสมัยโบราณนั้นทราบกันมาช้านานแล้วว่ากล้วยน้ำว้ามีคุณประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤทธิ์ในการรักษาโรคกระเพาะอาหาร แม้ว่าคนไทยในสมัยโบราณจะไม่ทราบว่าในกล้วยนั้นมีสารสำคัญอะไรที่ออกฤทธิ์ แต่จากการรับประทานกล้วยน้ำว้าแล้วช่วยลดอาการปวดท้องและรักษาโรคกระเพาะอาหารได้อย่างชะงัด จึงทำให้ภูมิปัญญาดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

กล้วยน้ำว้าดิบ วิถีไทย2020-02-04T15:34:24+07:00

กล้วยน้ำว้าดิบ…ช่วยเบาหวานได้อย่างไร?

2020-01-27T22:34:13+07:00

หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันผู้สูงอายุ 1 คนในทุก ๆ 5 คน จะป่วยเป็นโรคเบาหวาน สหพันธ์เบาหวานนานาชาติได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2583 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานสูงถึง 5.3 ล้านคน โดยโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus; DM) เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติ หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก โรคเบาหวานในระยะแรกจะไม่แสดงอาการผิดปกติ บางรายอาจตรวจพบโรคเบาหวานเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว อาการของโรคเบาหวานแต่ละชนิดอาจมีความคล้ายกัน ซึ่งอาการที่พบส่วนใหญ่ คือ ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย กระหายน้ำมาก น้ำหนักลด/เพิ่มผิดปกติ สายตาพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัด เหนื่อยง่าย  มีอาการชาโดยเฉพาะมือและขา บาดแผลหายยาก เป็นต้น

กล้วยน้ำว้าดิบ…ช่วยเบาหวานได้อย่างไร?2020-01-27T22:34:13+07:00

Resistant Starch 2 (RS2) ในแป้งกล้วยดิบ

2019-12-12T22:23:37+07:00

แป้งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่สามารถถูกย่อยสลายด้วยเอนไซม์ และได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายเป็นกลูโคส ซึ่งสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ซึ่งหากรับประทานแป้งมากจนเกินไปก็จะทำให้เกิดไขมันสะสมและเกิดโรคอ้วนตามมา อย่างไรก็ตาม ยังมีแป้งอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถทนต่อการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ในลำไส้เล็กได้ เรียกแป้งกลุ่มนี้ว่า “แป้งทนการย่อย” (Resistant starch ; RS) แป้งดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิด โดย แป้งทนการย่อยต่อเอนไซม์ชนิดที่ 2 (Resistant starch 2; RS2) เป็นแป้งทนการย่อยที่อยู่ในรูปของเม็ดแป้งดิบ พบได้มากในกล้วยดิบและแป้งสตาร์ชมันฝรั่ง

Resistant Starch 2 (RS2) ในแป้งกล้วยดิบ2019-12-12T22:23:37+07:00