ความเครียด…วิตกกังวล… ส่งผลกับกรดไหลย้อนหรือไม่???

2021-02-11T20:48:26+07:00

หลาย ๆ ท่านอาจคาดไม่ถึงว่าความเครียด ภาวะซึมเศร้า (Depression) หรือความวิตกกังวล (Anxiety) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรคกรดไหลย้อนหรือทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ นักวิจัยพบว่าสมองและหลอดอาหารมีความสามารถในการเชื่อมโยงกันได้อย่างใกล้ชิด โดยความเครียดและอารมณ์ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร  ในขณะเดียวกันอวัยวะภายในระบบทางเดินอาหารที่มีปัญหาก็จะส่งผลต่ออารมณ์ของบุคคลนั้นเช่นเดียวกัน จากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ปัจจัยด้านอารมณ์มีผลต่อความรุนแรงของโรคในระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากระบบประสาทที่สมองสามารถสั่งงานให้กรดหลั่งได้มากขึ้นเมื่อเกิดความเครียด การนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทจากการเป็นโรคซึมเศร้าหรืออาการวิตกกังวล นอกจากนี้ อาการเหล่านี้ยังมีผลเพิ่มความเครียดของกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง การบีบตัวของหลอดอาหารลดลง จึงเกิดแรงดันและลมปริมาณมากในกระเพาะอาหาร เมื่อร่างกายย่อยอาหารได้ช้าจึงเกิดอาการจุดเสียด แน่นหน้าอก ความเครียดยังส่งผลให้หูรูดทำงานผิดปกติด้วย โดยหากหูรูดบริเวณกระเพาะอาหารหย่อนจะทำให้ไม่สามารถปิดกั้นกรดที่ย้อนขึ้นมาได้ จึงเกิดอาการแสบร้อนกลางอก  หายใจไม่อิ่ม เรอเปรี้ยว และคลื่นไส้ นอกจากนี้ การเป็นโรคซึมเศร้าหรืออาการวิตกกังวลยังส่งผลให้ร่างกายไวต่อการรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดผ่านการเชื่อมโยงกันระหว่างสมองและหลอดอาหาร หรือที่เรียกว่า gut-brain axis อีกด้วย การนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท

ความเครียด…วิตกกังวล… ส่งผลกับกรดไหลย้อนหรือไม่???2021-02-11T20:48:26+07:00

อันตรายจากสารพิษในสินค้าเกษตรกรรมที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมี

2019-10-09T00:53:51+07:00

#แชร์สักนิด น่ากลัวกว่าที่คิด อันตรายจากสารพิษในสินค้าเกษตรกรรมที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมี . หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า อันตรายจากสารพิษปนเปื้อนจากสินค้าเกษตรกรรมนั้นมีความน่ากลัวมาก และสามารถสะสมได้ในร่างกายของเรา และส่งผลร้ายในระยะยาว แต่รู้หรือไม่ว่า สารพิษปนเปื้อนในสินค้าเกษตรกรรม สามารถส่งผลร้ายแรงได้ถึงขนาดไหน บทความนี้ NAMWAH จะพาไปดูที่เด่น ๆ และใช้งานกันมากในเมืองไทยกัน . 1. สารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอีกหนึ่งชนิด ที่ส่งผลต่อความความผิดปกติของสมองทารกในครรภ์ สารเคมีดังกล่าวส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ทำให้มีอาการสมาธิสั้น ไปจนถึงปัญหาด้านความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้าน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราการเป็นมะเร็งลำไส้ได้ . 2. ไกลโฟเซต (Glyphosate) ก็เป็นสารเคมีอีกหนึ่งชนิดที่มีความอันตรายมาก โดยในปี 2558 สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติภายใต้องค์การอนามัยโลก ได้เผยแพร่รายงานให้ไกลโฟเซตเป็น “สารที่น่าจะก่อมะเร็ง”

อันตรายจากสารพิษในสินค้าเกษตรกรรมที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมี2019-10-09T00:53:51+07:00

โรคกรดไหลย้อน เป็นแล้วอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ?

2019-09-28T00:56:07+07:00

หลายคนรู้จักกับโรคกรดไหลย้อนอยู่แล้ว แต่หลายคนยังไม่รู้ว่ามันสามารถก่อให้เกิด “มะเร็งหลอดอาหาร” ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ! อาการของโรคกรดไหลย้อน นั้นผู้ที่เป็นโรคนี้จะรู้สึกจุดเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ (หลายคนมักสับสนกับโรคกระเพาะ) และมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณอก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีน้ำรสเปรี้ยวหรืออาจจะขมในบางที ไหลย้อนขึ้นมาถึงคอจนกระทั่งปากและลำคอ ส่งผลให้เกิดอาการแสบคอ จนไปถึงการไอเรื้อรัง รู้สึกระคายเคืองที่คอ เสียงแหบ ซึ่งนั่นส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งในด้านบุคลิกภาพ และ การใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งนั่นเป็นแค่อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากโรคกรดไหลย้อน และกรดไหลย้อนยังสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารได้อีกด้วย โรคกรดไหลย้อนนั้นสร้างความระคายเคืองให้กับหลอดทางเดินอาหาร ทำให้มีความยากลำบากในการกินอาหาร ในการกลืนอาหาร และยังทำให้มีเลือดออกในหลอดอาหารอีกด้วย นี่ยังไม่รวมไปถึงการที่เกิดภาวะหลอดอาหารตีบตัน และ อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ ณ บริเวณหลอดอาหาร จนสุดท้ายทำให้กลุ่มคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนมีโอกาสเสี่ยงในการเกิด “โรคมะเร็งหลอดอาหาร” แต่ยังไม่ต้องกลัวจนถึงขนาดนั้น เพราะในปัจจุบันนี้ยังพบคนที่เป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารจากโรคกรดไหลย้อนน้อยมาก ๆ แต่ไม่ใช่จะปล่อยปะละเลยกับภาวะนี้

โรคกรดไหลย้อน เป็นแล้วอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ?2019-09-28T00:56:07+07:00

ทานมื้อเย็นยังไง ไม่ให้อ้วน ❗️❓

2019-10-28T22:12:45+07:00

อาหารมื้อเย็น เป็นมื้ออาหารที่ช่วยเติมเต็มสารอาหารต่างๆ และพลังงานตามที่ร่างหายต้องการตลอดทั้งวัน และมื้อเย็นช่วยให้การกระจายสารอาหาร พลังงาน และวิตามินเกลือแร่ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวัน เพราะกระเพาะอาหารของเรามีเพดานการทำงานที่เหมาะสมตามปริมาณอาหารที่กินเข้าไป ดังนั้น การทานอาหารมื้อเย็นอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายของเราได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วนแล้ว ยังสามารถให้เราควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี วิธีทานมื้อเย็นอย่างเหมาะสม  ควรทานมื้อเย็น ช่วงเวลาหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม หรือก่อนเข้านอน 4-6 ชั่วโมง ไม่ควรเกินกว่านี้ เพราะโปรตีนต้องใช้เวลาย่อยและดูดซึมถึง 4 ชั่วโมง และการรับประทานอาหารแล้วนอนเลย อาจทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ นอกจากนี้ หลังมื้ออาหาร ควรเว้นอย่างน้อย 30 นาทีจึงค่อยอาบน้ำ เพราะขณะที่อาหารกำลังย่อย เลือดต้องไปเลี้ยงกระเพาะเพื่อช่วยย่อย แต่ถ้าเราไปอาบน้ำทันที จะทำให้เลือดต้องมาที่ผิวหนังก่อน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ทำให้เลือดส่งไปเลี้ยงที่กระเพาะน้อย

ทานมื้อเย็นยังไง ไม่ให้อ้วน ❗️❓2019-10-28T22:12:45+07:00

Resistant Starch 2 (RS2) ในแป้งกล้วยดิบ

2021-02-11T20:42:00+07:00

แป้งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่สามารถถูกย่อยสลายด้วยเอนไซม์ และได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายเป็นกลูโคส ซึ่งสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ซึ่งหากรับประทานแป้งมากจนเกินไปก็จะทำให้เกิดไขมันสะสมและเกิดโรคอ้วนตามมา อย่างไรก็ตาม ยังมีแป้งอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถทนต่อการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ในลำไส้เล็กได้ เรียกแป้งกลุ่มนี้ว่า “แป้งทนการย่อย” (Resistant starch ; RS) แป้งดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิด โดยแป้งทนการย่อยต่อเอนไซม์ชนิดที่ 2 (Resistant starch 2; RS2) เป็นแป้งทนการย่อยที่อยู่ในรูปของเม็ดแป้งดิบ พบได้มากในกล้วยดิบและแป้งสตาร์ชมันฝรั่ง แป้งทนการย่อยชนิดที่ 2 นี้มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า แป้งที่ทนการย่อยซึ่งมีค่า Glycemic Index (GI) ต่ำนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ โดยจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผนังลำไส้ใหญ่ ผลจากการย่อยที่เกิดขึ้นอย่างช้า

Resistant Starch 2 (RS2) ในแป้งกล้วยดิบ2021-02-11T20:42:00+07:00

#รู้แล้วต้องแชร์ สารพัดโรคที่เกิดแล้วจบไม่สวย แต่กล้วยสามารถช่วยคุณได้ !

2019-10-09T01:29:23+07:00

หลายคนอาจจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า “กล้วย” เป็นสุดยอดผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะช่วยในเรื่องของการให้พลังงานสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน หรือ ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองของคุณ ช่วยให้คุณแก่ช้าลง ชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย ไม่เพียงเท่านี้ กล้วยยังช่วยในการลดความอ้วนได้อีกด้วย เพราะกล้วยจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดทำให้ลดอาการอยากอาหารจุกจิกระหว่างวันได้ และสำหรับคนที่นอนไม่หลับ คุณรู้หรือไม่ว่ากล้วยนั้นเป็นอีกตัวช่วยจากธรรมชาติที่ดีเยี่ยมที่จะช่วยให้คุณสามารถนอนหลับได้ ไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะกล้วยยังช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิดของคุณผู้หญิงจากอาการประจำเดือนมาได้ แบบนี้คุณผู้ชายต้องหาเอากล้วยมาปลูกไว้ในบ้านเสียแล้ว ! แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เป็นคุณประโยชน์ที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วตามสื่อทั่วไป หรือ ตามที่เราได้เล่าเรียนมา แต่วันนี้ NAMWAH จะขอนำเสนอคุณประโยชน์ของ “กล้วย” ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าผลไม้สีเหลืองชนิดนี้ จะสามารถช่วยฟื้นฟู และป้องกันโรคร้ายให้กับร่างกายของเราได้มากขนาดนี้ ! ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันได้เลย 1. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้ ! คุณรู้หรือไม่ว่า

#รู้แล้วต้องแชร์ สารพัดโรคที่เกิดแล้วจบไม่สวย แต่กล้วยสามารถช่วยคุณได้ !2019-10-09T01:29:23+07:00

กรดไหลย้อน เป็นง่าย รักษายาก แต่ป้องกันได้ แค่ทำตามนี้‼

2020-06-09T17:14:49+07:00

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) พบได้ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่ เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรืออาการขย้อนจนรบกวนชีวิตประจำวันได้ ซึ่งสาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในสภาพสังคมปัจจุบัน สิ่งสำคัญเเละง่ายที่สุดในการป้องกันเเละบรรเทาโรคกรดไหลย้อน คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของเราเอง ซึ่งการปรับพฤติกรรมแบบง่ายๆ มีอะไรบ้าง เรามาลองดูกันค่ะ ควรแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ 5 หรือ 6 มื้อต่อวันเพื่อป้องกันไม่ให้กระเพาะอาหารสร้างกรดออกมามากเกินไปเเละไม่ทำให้กระเพาะทำงานหนักเกินไป ควรทานอาหารเป็นคำเล็กๆ เเละค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนเพื่อที่จะได้ใช้เวลาในการย่อยอาหารน้อยลงเเละย่อยง่ายขึ้น ควรทานอาหารที่มีไขมันต่ำ, ไฟเบอร์สูง, เนื้อสัตว์สีขาวไม่ติดมัน เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา นมไขมันต่ำ ข้าวโอ๊ต และผงกล้วยดิบ เป็นต้น หลังทานอาหารเสร็จแล้ว ควรรออย่างน้อย

กรดไหลย้อน เป็นง่าย รักษายาก แต่ป้องกันได้ แค่ทำตามนี้‼2020-06-09T17:14:49+07:00

โรคกระเพาะ​กำลังจะมาโดยไม่รู้ตัว​ กว่าจะรู้ก็เป็นเรื้อรังเสียเเล้ว‼️

2019-08-16T02:29:07+07:00

โรคกระเพาะอาหาร เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น ทำงานหนัก จนทำให้เรารับประทานอาหารไม่เวลา หรือความเครียด ความวิตกกังวล ก็สามารถทำให้เราเป็นโรคกระเพาะได้เช่นกัน เพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้เกิดโรคกระเพาะ เรามาลองกลับมาสังเกตอาการเตือนของร่างกาย เพื่อให้เราสามารถรับมือได้ทันท่วงที มาเช็คกันดูค่ะ​ ว่าเรามีอาการแบบนี้หรือไม่ ❓ รู้สึกปวดท้องเมื่อท้องว่าง​ บริเวณท้องส่วนบน ตั้งแต่บริเวณใต้ลิ้นปี่ลงไปถึงเหนือสะดือ อาการอาจดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดิมหลังรับประทานอาหาร ปวดแสบร้อนท้อง ​ท้องอืด​ อิ่มง่าย​ อิ่มเร็ว รับประทานอาหารได้ไม่มาก​ ไม่มีความอยากอาหาร​ อาจมีอาการเรอบ่อย มีอาการท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อยร่วมด้วย ปวดท้องเวลาดึก​ รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน โรคกระเพาะอาหารเป็นเหมือนภัยเงียบที่คอยบั่นทอนสุขภาพ หากเราละเลยไม่ให้ความใส่ใจดูแลสังเกตุอาการของตนเอง อาจจะเป็นเรื้อรังได้​ 🍌🥕มาเริ่มต้นสุขภาพที่ดีในระยะยาวด้วยการทานผักเเละผลไม้ อาหารจากธรรมชาติกันดีกว่าค่ะ "เครื่องดื่มกล้วย​น้ำว้าดิบชนิดผง​ ตราน้ำว้า​ ดื่มง่าย​

โรคกระเพาะ​กำลังจะมาโดยไม่รู้ตัว​ กว่าจะรู้ก็เป็นเรื้อรังเสียเเล้ว‼️2019-08-16T02:29:07+07:00

เรื่อง​ อึ​ อึ​ ที่จำเป็นต้องรู้​ นั่งอึอย่างไร​ ไม่ให้ท้องผูก

2019-08-16T02:28:51+07:00

ท่านั่งขับถ่ายมีผลอย่างมากต่อการขับถ่ายอุจจาระ ท่านั่งที่ถูกต้องจะช่วยให้ลำไส้ตรงทำมุมได้ดีขึ้น​ เเละเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการขับถ่าย อีกทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและไม่ล้า ภาพเปรียบเทียบ​ที่ส่งผลต่อการขับถ่ายของลำใส้ใหญ่ ภาพขวาคือท่านั่งปกติ 90 องศาลำใส้ใหญ่ถูกรัดไว้ด้วยส่วนที่ควบคุมการขับถ่าย ทำให้ถูกบีบรัดขับถ่ายยาก ด้านซ้ายคือท่านั่ง​ 35​ องศา ลำใส้ถูกยืดตรง ง่ายต่อการขับถ่าย ในกรณีที่บางคนมีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่ายมากๆ แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้การนั่งยอง หรือการใช้ห้องน้ำแบบส้วมซึมนั่นเอง เพราะนั่นคือการนั่งขับถ่ายในท่าที่ถูกต้อง และช่วยการขับถ่ายง่ายที่สุด และสำหรับการนั่งชักโครกในท่านั่งที่ถูกหลักนั้น อาจใช้​เก้าอี้ตัวเล็กวางรองเท้าเพื่อที่จะชันหัวเข่าขี้นมาให้ร่างกายทำมุม 35 องศาได้ เพื่อให้การนั่งขับถ่ายถูกวิธี​ หรือจะลองทำตามเทคนิคดังต่อไปนี้ นั่งสบายๆ บนส้วม โดยแยกขาทั้งสองข้างออกจากกันให้กว้างกว่าส่วนสะโพก วางเท้าทั้งสองข้างในแนวราบแนบไปบนม้าวางเท้าที่สูงจากพื้นประมาณ 20 เซนติเมตร โน้มตัวไปข้างหน้าและวางปลายแขนไปบนต้นขา ผ่อนคลายและหายใจปกติ อย่ากลั้นหายใจ ทำให้เอวคุณขยายออก โดยยื่นกล้ามเนื้อหน้าท้องคุณออกมา

เรื่อง​ อึ​ อึ​ ที่จำเป็นต้องรู้​ นั่งอึอย่างไร​ ไม่ให้ท้องผูก2019-08-16T02:28:51+07:00

สีปัสสาวะ บอกโรคได้⁉

2019-08-13T02:18:03+07:00

ปัสสาวะ คือ ของเสียที่ไตกรองออกมาจากเลือด สามารถช่วยบอกโรคได้หลายชนิด โดยสีปัสสาวะ แต่ละสี จะบ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ ✔️ สีของปัสสาวะปกติ 1. สีเหลือง (Yellow) หรือสีเหลืองอ่อน (Pale yellow) คือ ปัสสาวะปกติ โดยโทนสีของน้ำปัสสาวะจะขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่ม ถ้าดื่มน้ำน้อยสีปัสสาวะจะออกไปทางเข้ม แต่ถ้าดื่มน้ำมากสีปัสสาวะก็จะออกไปทางใส 2. สีใส หรือไม่มีสี (Colorless) พบได้ในผู้ที่ดื่มน้ำมาก ✖️ สีของปัสสาวะที่ผิดปกติ 3. สีเหลือง​เข้ม​เหมือนสีชา (Dark yellow) ดื่มน้ำน้อยหรือจากภาวะขาดน้ำ 4. สีเหลือง​เข้มเหมือนขมิ้น​หรือสีเหลืองอำพัน​ (Dark amber)

สีปัสสาวะ บอกโรคได้⁉2019-08-13T02:18:03+07:00
Go to Top