เเอลกอฮอลล์เเละบุหรี่ส่งผลต่อกรดไหลย้อนได้อย่างไร

2021-05-19T13:31:47+07:00

หลายคนอาจคิดว่าการที่เรารับประทานอาหารไม่เป็นเวลาเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วชนิดของอาหาร เครื่องดื่ม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตส่วนตัวหลาย ๆ อย่าง ล้วนมีความเชื่อมโยงกับการกำเริบหรือความรุนแรงของโรคกรดไหลย้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าการสูบบุหรี่และการสัมผัสควันบุหรี่ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคกรดไหลย้อนมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า รวมถึงทำให้อาการของโรคกรดไหลย้อนแย่ลง แน่นอนว่าบุหรี่นั้นเป็นโทษต่อร่างกาย และทำให้สุขภาพต่าง ๆ ในหลายด้านแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร  เพราะสารพิษในควันบุหรี่จะเข้าไปทำลายหลอดอาหารโดยตรง ทำให้การย่อยอาหารเกิดขึ้นช้าลง และยับยั้งการหลั่งกรดที่สำคัญของกระเพาะอาหาร ทำให้หลอดเลือดในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กตีบแคบลง เลือดจึงไหลเวียนได้ไม่สะดวก อาหารจึงค้างอยู่ในนั้นนานและทำให้เกิดกรดไหลย้อนตามมา นอกจากนี้ ควันบุหรี่ยังเข้าไปกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดกรดที่มากเกินไป สารพิษในควันบุหรี่ยังส่งผลทำลายกล้ามเนื้อหูรูด ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดคลายตัวจึงเกิดกรดไหลย้อนตามมาอีกด้วย การสูบบุหรี่ทำให้ปากแห้ง คอแห้ง ลดปริมาณน้ำลาย ทำให้น้ำลายเหนียวข้น โดยปกติแล้วน้ำลายนี้เองที่จะทำหน้าที่เคลือบหลอดอาหาร มีหน้าที่กำจัดกรดออกจากหลอดอาหาร

เเอลกอฮอลล์เเละบุหรี่ส่งผลต่อกรดไหลย้อนได้อย่างไร2021-05-19T13:31:47+07:00

โรคกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์

2021-03-15T12:18:10+07:00

กรดไหลย้อนเป็นอาการแสบร้อนกลางอกที่เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณหลอดอาหารคลายตัวผิดปกติ ซึ่งพบได้บ่อยมากขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) โดยมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปกติอย่างมากเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง และทำให้กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณปลายหลอดอาหารที่อยู่ระหว่างกระเพาะคลายตัวมากกว่าปกติ นอกจากนี้ การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์จะทำให้มดลูกขยายขนาดใหญ่ขึ้น และไปเบียดกระเพาะอาหารให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อรับประทานอาหารมาก ๆ หรือเอนตัวลงนอนหลังรับประทานอาหารเสร็จไม่นาน น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดจึงไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้รู้สึกเจ็บและแสบร้อนบริเวณหน้าอกตามมา อาการที่บอกว่า คุณแม่เริ่มมีอาการของโรคกรดไหลย้อนระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ มีอาการแสบร้อนบริเวณกลางหน้าอก เรอบ่อย เรอเปรี้ยว ระคายคอ หรือเสียงแหบ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งอาการดังกล่าวมักส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคุณแม่ และจะยิ่งซ้ำเติมอาการแพ้ท้องที่ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และไม่สบายท้องอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คุณแม่หลายคนไม่ต้องกังวลไปว่ากรดเกินส่วนนี้จะส่งผลกระทบกับทารกในครรภ์ เพราะภาวะกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์นั้นไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด เพียงแต่จะเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันของตัวคุณแม่เอง โดยในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะหลอดอาหารอักเสบได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองหลังจากคลอดบุตรแล้ว

โรคกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์2021-03-15T12:18:10+07:00

สาเหตุและการดูแลรักษาอาการท้องอืดแน่นท้อง

2021-01-23T22:05:28+07:00

ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน “ทานด่วน ทานไม่อั้น และทานให้คุ้ม” นั้นทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืดตามมาได้ง่าย นอกจากนี้ยังสาเหตุที่ทำให้โรคต่าง ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ กลุ่มโรคที่เด่นชัด คือโรคของระบบทางเดินอาหาร และภาวะที่พบบ่อยคือ “อาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง” ที่ดูเหมือนเป็นอาการธรรมดาทั่วไป แต่หากเป็นบ่อยและปล่อยไว้นาน อาจส่งผลให้เกิดภาวะ “ท้องอืดเรื้อรัง” ได้ค่ะ สาเหตุของอาการท้องอืดแน่นท้อง ภาวะท้องอืด เกิดจากมีแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่มากเกินไป ทำให้รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง จุกเสียด มีอาการปวด และมีลมในกระเพาะอาหารเป็นจำนวนมาก จนทำให้เรอ หรือผายลมบ่อย บางครั้งอาจมียินเสียงโครกครากภายในท้อง สำหรับตัวอย่างสาเหตุของอาการท้องอืดแน่นท้อง เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เร่งรีบ รับประทานในปริมาณที่มากเกินไป

สาเหตุและการดูแลรักษาอาการท้องอืดแน่นท้อง2021-01-23T22:05:28+07:00

2 สมุนไพรใกล้ตัว…ช่วยรักษา กรดไหลย้อน

2020-10-30T19:00:31+07:00

ในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน และนับวันจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ พฤติกรรมที่เร่งรีบ ความเครียดเรื่องงาน ปัญหาเรื่องเงินทอง รวมถึงชีวิตครอบครัว ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้โรคกรดไหลย้อนทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารหย่อน ทำให้กรดสามารถไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ จึงเกิดอาการจุกแน่นหน้าอกคล้ายกับอาหารไม่ย่อย แสบร้อนบริเวณหน้าอก เรอบ่อย มีน้ำรสขมหรือรสเปรี้ยวไหลย้อนขึ้น หลาย ๆ ท่านคงเคยใช้ยาแผนปัจจุบันเพื่อบรรเทาอาการกันมาบ้าง แต่เพื่อลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยา วันนี้เรามีเคล็ดลับและตัวช่วยดี ๆ เกี่ยวกับสมุนไพรไทยใกล้ตัวเราที่ช่วยรักษากรดไหลย้อนได้ดีมาฝากกันค่ะ กล้วยดิบ           หลายคนคงไม่เชื่อว่า...กล้วยใกล้ตัวเรานี่ล่ะที่จะเป็นตัวช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคกรดไหลย้อนชั้นดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกล้วยดิบ เนื่องจากกล้วยดิบประกอบไปด้วยสารสำคัญที่มีชื่อว่า “สารแทนนิน” ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กล้วยดิบมีรสฝาดและเฝื่อนลิ้นนั่นเอง

2 สมุนไพรใกล้ตัว…ช่วยรักษา กรดไหลย้อน2020-10-30T19:00:31+07:00

ระบบย่อยอาหารที่ดีเป็นอย่างไร (GUT HEALTH DIET​)

2020-08-25T10:16:21+07:00

ระบบทางเดินอาหารเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะในร่างกาย มีหน้าที่ในการย่อยอาหาร การดูดซึม และการขับถ่าย จากงานวิจัยพบว่าถ้าเรามีระบบการย่อยอาหารที่ดี สุขภาพโดยรวมของร่างกายก็จะดีตามไปด้วยดังนั้น หากไม่อยากทุกข์ทรมานจากการป่วยเป็นโรคของระบบทางเดินอาหารแล้วละก็ ควรจะต้องดูแลเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน ระบบย่อยอาหารที่ดีเป็นอย่างไร           ระบบย่อยอาหารที่ดี คือ การที่อวัยวะต่าง ๆ ภายในระบบย่อยอาหารทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูดซึมสารอาหารให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน การรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด การติดเชื้อ การรับประทานยาบางชนิด หรือความเครียด อาจมีผลทำให้ระบบย่อยอาหารเกิดความผิดปกติและส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และทำให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งขึ้นได้ การหันมาดูแลระบบย่อยอาหารด้วยการปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและความผิดปกติของระบบย่อยอาหารได้ อาหารที่เหมาะสำหรับสุขภาพของทางเดินอาหารที่ดี มีดังนี้ ดูแลตัวช่วยที่สำคัญของระบบการย่อยอาหาร “จุลินทรีย์ตัวดี (Probiotics)” จุลินทรีย์พื้นถิ่นในทางเดินอาหาร เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ (GUT

ระบบย่อยอาหารที่ดีเป็นอย่างไร (GUT HEALTH DIET​)2020-08-25T10:16:21+07:00

อาหารที่ควรทานและควรหลีกเลี่ยงสำหรับ โรคกรดไหลย้อน

2020-10-30T19:02:00+07:00

อาการของโรคกรดไหลย้อนมักจะกำเริบมากขึ้นหลังจากที่กินอาหารมื้อหนัก ๆ หรือกินอาหารบางชนิดที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้กรดหลั่งออกมามากขึ้น โรคกรดไหลย้อนเป็นโรคที่มักมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ หากผู้ป่วยยังคงมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบเดิม ๆ ที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่ส่งผลให้อาการกรดไหลย้อนเพิ่มสูงขึ้น อาหารที่ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน ควรรับประทาน ได้แก่ อาหารไขมันต่ำ เช่น เนื้อไม่ติดมัน เนื้อปลา ไก่ ไข่ขาว นมไขมันต่ำ หรือน้ำเต้าหู้ เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงา อะโวคาโด น้ำมันดอกทานตะวัน ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ โดยแนะนำให้รับประทานไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพเหล่านี้แทน อาหารไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี

อาหารที่ควรทานและควรหลีกเลี่ยงสำหรับ โรคกรดไหลย้อน2020-10-30T19:02:00+07:00

สาเหตุ โรคกรดไหลย้อน และการดูแลสุขภาพ

2020-10-30T19:02:16+07:00

“โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease; GERD)” เป็นโรคเรื้อรังในระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยในคนไทย  โดยเป็นโรคที่มีผลรบกวนความสุขในการดำรงชีวิต และทำให้คุณภาพชีวิตต่ำลง การทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันต้องถูกรบกวนด้วยอาการปวดท้อง แน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน ฯลฯ โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก จุกแน่นหน้าอกคล้ายกับอาหารไม่ย่อย เรอบ่อย อาจจะรู้สึกเหมือนมีน้ำรสขมหรือรสเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมาทางปาก หรือเกิดการขย้อนอาหารจนรบกวนชีวิตประจำวันได้ โรคกรดไหลย้อนสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่

สาเหตุ โรคกรดไหลย้อน และการดูแลสุขภาพ2020-10-30T19:02:16+07:00

กล้วยน้ำว้าดิบ ผลไม้ต้านอนุมูลอิสระ

2020-03-15T22:55:50+07:00

        อนุมูลอิสระเป็นสารที่ก่อความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย  อนุมูลอิสระมีสาเหตุเกิดจากความเครียด แสงอัลตราไวโอเลต มลภาวะต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมภายนอก รวมถึงจากขบวนการเผาผลาญอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย โดยธรรมชาติร่างกายของเราจะผลิตสารต้านอนุมูลอิสระได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่จะผลิตได้น้อยลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากร่างกายมีสารอนุมูลอิสระเยอะจนเกินไปก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เราสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยการรับประทานอาหาร กล้วยถือว่าเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงช่วยลดปริมาณสารอนุมูลอิสระในร่างกายได้ดี จึงช่วยชะลอวัยและลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ได้ด้วย กล้วยประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภท เบต้าแคโรทีน (Beta-carotine) โดปามีน (Dopamine) และคาเทชิน (Catechin) ในปริมาณที่สูง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมต่าง ๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน เป็นต้น รวมถึงช่วยชะลดความแก่ก่อนวัยของคุณได้อีกด้วย

กล้วยน้ำว้าดิบ ผลไม้ต้านอนุมูลอิสระ2020-03-15T22:55:50+07:00

โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส (IBS)

2020-03-01T23:49:15+07:00

โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส (IBS; Irritable Bowel Syndrome) เป็นโรคลำไส้ที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยนัก โรคลำไส้แปรปรวนกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง โดยผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนจะมีอาการแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจมีอาการท้องผูกเด่น บางรายอาจมีอาการท้องเสียเด่น แต่ทุกรายจะมีอาการปวดท้องเป็นอาการเฉพาะของโรค สาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด เบื้องต้นพบว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นโรคที่ควรทำความรู้จักและทำความเข้าใจเพื่อสังเกตตนเองและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เพื่อป้องกันการเกิดโรค อาการของโรคลำไส้แปรปรวน           ผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนมักทรมานจากการปวดท้อง แต่เมื่อได้ถ่ายอุจจาระอาการปวดจะหายไปและสบายท้องมากขึ้น โดยส่วนใหญ่อาการปวดมักปวดเกร็งที่ท้องน้อย อาการปวดท้องแต่ละครั้งจะมีความรุนแรงไม่เท่ากัน บางครั้งปวดมาก บางครั้งปวดน้อย ร่วมกับการมีการขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ท้องผูกหรือท้องเสีย หรืออย่างใดอย่างหนึ่งสลับกัน โดยแต่ละรายจะมีอาการหนึ่งอาการใด (ท้องผูก/ท้องเสีย) เด่นกว่าอีกอาการหนึ่ง อาการที่สำคัญของโรคไอบีเอส คือ ผู้ป่วยอาจรู้สึกถ่ายอุจจาระไม่สุด ท้องผูก

โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส (IBS)2020-03-01T23:49:15+07:00

กล้วยน้ำว้า: ผลไม้เพิ่มสารแห่งความสุข

2020-02-14T23:14:15+07:00

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้คนเรามี ภาวะเครียด วิตกกังวล จนถึงขั้นทำให้เป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากปัญหาเรื่องงาน การเงิน หรือปัญหาครอบครัว ปัจจัยทางด้านลบจากอารมณ์ส่งผลต่ออวัยวะภายใน รวมถึงสมดุลของฮอร์โมนหรือสารสื่อประสาทต่าง ๆ ที่ควบคุมให้การทำงานของร่างกายเป็นปกติ ในช่วงนี้มีข่าวหลายชีวิตที่จากไปด้วยโรคซึมเศร้า พบว่าทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 1.4 ล้านคนซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าเป็นห่วง โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย

กล้วยน้ำว้า: ผลไม้เพิ่มสารแห่งความสุข2020-02-14T23:14:15+07:00